ลมยาง สิ่งเล็ก ๆ แต่สำคัญมากสำหรับรถกระบะรับจ้าง มากมายหลายคนที่ไม่รู้ว่า ก่อนขับรถต้องเช็คลมยางทุกครั้ง ทั้งทั้งที่บางคนก็รู้แต่ยังละเลยที่จะแค่ก้มลงดู เพราะแทบทุกคนคิดว่า รถยนต์เป็นเกราะที่ดีที่จะปกป้องเราจากอันตรายต่าง ๆ ไม่เหมือนรถ มอเตอร์ไซค์ที่ต้องเสี่ยงทั้ง แดดและลม แต่กับรถยนต์เราคิดว่ามันไม่ใช่ เพราะคิดว่ามันสามารถปกป้องเราได้อย่างเต็มที่ จนลืมและละเลยที่จะตรวจเช็คเป็นประจำ

ยางรถยนต์ สิ่งเล็ก ๆ ที่เราไม่ค่อยให้ความสำคัญเมื่อเทียบกับชิ้นส่วนภายในรถอื่น ๆ แต่รู้กันหรือเปล่าว่า สิ่งนี้ถือว่าสำคัญที่สุดก็ว่าได้ เราลองคิดดูว่า แค่ยางแบนแต่เราไม่มียางอะไหล่ แค่นี้รถเราก็ไปไหนไม่ได้แล้ว ถึงแม้จะเป็น Ferrrary ก็เถอะ ต่อให้ยางแบนเราจะไปต่อได้ยังไง ยางจึงสำคัญกับรถยนต์แสนรักของเรามากโขเลยทีเดียว แต่สิ่งที่สำคัญมากกว่านั้นคือ เจ้าสิ่งที่จับต้องไม่ได้อย่างลมยางนี่แหละที่มีผลกับล้อรถด้วยเป็นลูกโซ่ นั่นหมายถึง หากลมอ่อน ยางก็แบน การตรวจเช็คลมยาง จึงเป็นเรื่องที่เราต้องให้ความสำคัญ และตรวจสอบทุกครั้งก่อนขับขี่ ถึงแม้โดยหลักการแล้ว เราควรต้องตรวจลมยางทุกเดือนก็ตาม แต่ ในการขับขี่จริง ๆ การตรวจลมยางเป็นสิ่งที่ต้องตรวจทุกวัน อย่างน้อยคือดูว่าแต่ละล้อมีลักษณะอย่างไร เพราะทุกครั้งที่เราขับขี่รถยนต์ เราไม่รู้ว่า เราเหยียบอะไรมาบ้าง อย่างน้อยหากเราได้ตรวจสอบคร่าว ๆ ก่อนขับรถ มันก็จะช่วยเราได้เบื้องต้น หากเราสังเกตเห็นลักษณะที่เปลี่ยนไปของล้อรถ

การตรวจลมยาง ควรมีการตรวจสอบที่ละเอียดขึ้น หากเราต้องเดินทางไกล ๆ และที่สำคัญคือ ยางอะไหล่ต้องเป็นสิ่งที่มีติดรถไว้ตลอดเวลา อย่างน้อยเราต้องรู้ว่าด้านข้างประตู จะมีรายละเอียดเกี่ยวกับความดันลมยางสำหรับ รถของเราอยู่ หรือหลายรุ่นก็จะมีอยู่บริเวณฝาน้ำมัน การเดินทางไกล ความดันในยางรถจะมีผลต่อการเดินทางพอควรทั้ง การขับขี่ การประหยัดน้ำมัน และความคล่องตัวในการขับขี่แต่ละพื้นที่ ด้วย สำหรับการเติมลมยางควรเลือกให้เหมาะกับพื้นที่และการเดินทาง เช่น หาก เดินทางไปในพื้นที่ขรุขระ หรือลาดชัน การเติมลมยางก็ควรจะน้อย ๆ เพื่อเพิ่มการยึดเกาะ หรือการเดินทางไกล ก็ควรเพิ่มระดับลมยางไปอีกสักหน่อย ไม่เกิน 5 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว ส่วนใครที่ใช้ยางไปนาน ๆ ก็ควรมีการสลับยางกันบ้างเพื่อลดการสึกหรอ และยืดอายุการใช้งานของยาง เนื่องจากยางแต่ละล้อจะมีการสึกไม่เท่ากัน การได้เปลี่ยน ด้านยาง จะช่วยให้ยางเราใช้งานได้ดีขึ้น อีกทั้ง ประหยัดเงินไปได้มากทีเดียว และ อย่าลืมว่า ยางอะไหล่เป็นอะไรที่ต้องพร้อมตลอดเวลาขณะเดินทาง เพราะเราไม่รู้ว่า ยางเราจะเสียเมื่อไหร่นั่นเอง

การเลือกลายดอกยางให้เหมาะสมกับการใช้งาน

1. ดอกละเอียด ( RIB PATTERN ) มีลักษณะเป็นลายดอกและร่องที่คดโค้งหรือเป็นเหลี่ยม เป็นแถวยาวตามเส้นรอบวงของยาง ร่องยางที่ตื้น ช่วยในการระบายความร้อน เกาะถนนได้ดี ขับขี่บังคับเลี้ยวได้ง่าย ป้องกันการลื่นไถลออกด้านข้างได้ดีเยี่ยม ดอกยางชนิดนี้เหมาะสมอย่างยิ่งกับรถโดยสาร

2. ดอกบั้ง ( LUG PATTERN ) ยางดอกบั้งมีลักษณะลายดอกและร่องยางเป็นแนวขวางกับเส้นรอบวงของยาง โดยร่องยางจะมีความลึก เนื้อยางมีมาก เวลารถเคลื่อนจะเกิดแรงกรุยสูง และมีอายุการใช้งานทนทานกว่าดอกยางแบบอื่นๆ เหมาะกับรถบรรทุกขนาดใหญ่ (ล้อหลัง) รถจิ๊ป หรือรถที่วิ่งในอัตราความเร็วปานกลางจนถึงต่ำ

3. ดอกผสม ( RIB-LUG PATTERN ) ยางแบบดอกผสมเป็นการผสมระหว่างยางดอกละเอียดและลายดอกบั้ง โดยตรงกลางของหน้ายางจะเป็นลายแบบยางดอกละเอียด แต่ด้านซ้ายและขวาเป็นลายดอกบั้ง ยางดอกผสมนี้จึงทั้งเกาะถนน ป้องกันรถไถลออกด้านข้าง และมีแรงกรุยดี นำมาใช้ได้ทั้งล้อหน้าและล้อหลัง วิ่งบนทางขรุขระหรือลาดยางก็ได้ เหมาะกับรถที่วิ่งด้วยความเร็วปานกลาง

4. ดอกบล็อก ( BLOCK ) ยางชนิดนี้มีหน้ายางเป็นลักษณะก้อนเหลี่ยมหรือโค้งมน เรียงตัวกันคล้ายอิฐบล็อกปูทางเดิน แต่จะมีช่องว่างระหว่างบล็อก ซึ่งถ้ามองตามเส้นรอบวงของยาง จะเห็นร่องเหมือนกับยางดอกละเอียด เหมาะที่จะใช้กับทุกสภาพถนน ไม่ว่าจะเป็นบนพื้นทราย หรือโคลน มีสมรรถนะเกาะถนนได้ดีมาก ผู้ขับขี่บังคับเลี้ยวหยุดรถได้ง่าย ปัจจุบันนิยมใช้กับยางเรเดียลที่ใช้ความเร็วสูง โดยเฉพาะรถเก๋ง

Comments are closed.