ศาลคู่บ้านคู่เมืองของเพชรบูรณ์และเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของผู้คน โดยแต่ละวันที่นี่จะมีผู้คนเดินทางมาสักการะ ขอพร และบนบาน ยามที่มีปัญหาทุกข์ร้อนหรือต้องการสิ่งใด ก็จะมากราบขอพรจากองค์เจ้าพ่อหลักเมือง และหากสมความปรารถนาจะมีการมาแก้บนด้วยการแสดงมโหรสพตลอดทั่งปี เสาหลักเมืองตั้งอยู่ในศาลาไทยตรีมุข ลักษณะเป็นแท่งเสาหินทราย จารึกด้วยอักษรขอม และภาษาสันสกฤต

สันนิษฐานว่ามีมาตั้งแต่สมัยสุโขทัยและอยุธยา ตามความเชื่อโบราณนั้น ถือเป็นเครื่องหมายการก่อตั้งชุมชนและเมืองเพื่อเป็นมิ่งขวัญแก่ชาวเมือง เป็นที่ยึดถือทางจิตใจให้ประชาชนอยู่ร่วมกันอย่างผาสุก ก่อนหน้านี้เสาหลักเมืองเดิมเป็นต้นไม้ที่ประดิษฐานอยู่ ณ ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง บานประตูเดิมป้อมชุมพล ต่อมาเกิดชำรุดและสถานที่ตั้งคับแคบ จึงได้ย้ายมาตั้ง ณ ป้อมกำแพงเมืองปัจจุบัน ของเดิมสร้างขึ้นเป็นศาลไม้มุงสังกะสี และนำเสาหินมาตั้งเป็นศาลหลักเมืองแทนเสาหลักเมืองเดิม จนกระทั่งมีการบูรณปฏิสังขรณ์ศาลหลักเมืองขึ้นมาใหม่ให้เป็นอาคารเมืองปูนกึ่งไม้ และได้จัดตั้งพิธีบวงสรวงจัดสร้างศาลหลักเมืองใหม่เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ.2548 พ.ศ. 2549 หากคุณเดินทางผ่านศาลหลักเมืองแห่งนี้ ตามธรรมเนียมปฏิบัติจะมีการให้สัญญาณแตร 3 ครั้ง เพื่อเป็นการแสดงความเคารพต่อเจ้าพ่อหลักเมืองนั่นเอง. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ thai.tourismthailand

Comments are closed.