โครงการลงทุนพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรืออีอีซี มีความก้าวหน้า คาดเม็ดเงินด้านลงทุนอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและการกลั่น 5-7 ปีข้างหน้า จะมีกว่า 300,000 ล้านบาท และโครงการแรกๆ ได้เริ่มขึ้นแล้วพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จ.ระยอง

กำลังผลิตใหม่ที่จะเกิดขึ้นหลังโครงการแล้วเสร็จในอีก 2 ปีข้างหน้า พีทีทีโกลบอลเคมิคอล หรือ PTTGC เครือรัฐวิสาหกิจ ปตท. จะมีกำลังผลิตโอเลฟินส์ เพิ่มอีก 1 ใน 4 รวมเป็น กว่า 370,000 ตัน ใหญ่ที่สุดในอาเซียน ใช้แนฟทาและก๊าซแอลพีจีเป็นวัตถุดิบ ประโยชน์มีหลายด้าน ทั้งรองรับผลกระทบหากก๊าซอ่าวไทย วัตถุดิบหลัก ลดลง และยังเป็นสินค้าพื้นฐานรับการลงทุนระลอกใหม่พื้นที่อีอีซี บริษัทยังวางศิลาฤกษ์อีก 2 โรงงานไปพร้อมๆ กัน ผลิตเคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษ โพรพิลีน ออกไซด์ และโพลีออลส์

สอดรับกับนโยบายภาครัฐบาล เชิญชวนต่างชาติร่วมลงทุน มีการลงนามข้อตกลงเบื้องต้นกับพันธมิตรญี่ปุ่นไปแล้วไม่ต่ำกว่า 5 ราย เพื่อสร้างโรงงานใหม่อีกไม่ต่ำกว่า 3 แห่ง ต่อยอดไปสู่ผลิตเคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษ รวมทั้งเศรษฐกิจชีวภาพ สร้างมูลค่าเพิ่มเป็นวัตถุดิบใช้ทั้งชีวิตประจำวัน อุตสาหกรรมก่อสร้าง ยานยนต์ คาดว่าเม็ดเงินลงทุนใหม่ใน 5-7 ปีข้างหน้าของบริษัทแห่งนี้ จะแตะ 150,000 ล้านบาท

ประโยชน์การลงทุนยังจะเกิดขึ้นกับท้องถิ่น ไม่ใช่มีเฉพาะภาษี หรือการจ้างงาน ร่างกฎหมายอีอีซียังกำหนดชัดจัดตั้งกองทุนพัฒนาชุมชน ลดความเหลื่อมล้ำ เพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน ช่วยสร้างความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืนของประเทศ.-สำนักข่าวไทย

Comments are closed.